|
|
|
“คลิค – วี อาร์ วัน” ขยับไตรมาสสอง
ดึงพันธมิตร “ดีแทค” ต่อยอด “แฟต ดีกรี”
วาสนพงศ์ วิชัยยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คลิค -วี
อาร์ วัน เรดิโอ จำกัด และบริษัท เรดิโอ อาร์ม
จำกัด ผู้ผลิตรายการวิทยุชื่อดัง โดยมีถึง 4
คลื่นด้วยกัน อันได้แก่ FM 101 RR ONE (Radio
Report One) ซึ่งเป็นคลื่นข่าว , คลื่นเพลงสากล
GET 102.5 BANGKOKS INTERNATIONAL HIT MUSIC
STATION , คลื่น 103.5 FM ONE HAPPY STATION
รวมไปถึงคลื่น 104.5 แฟต เรดิโอ โต โต มัน มัน
เปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวของบริษัท ฯ ว่าล่าสุดนี้...ได้ร่วมทุนกับพันธมิตรใจดีอย่าง
บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)
หรือ “ดีแทค” ซึ่งเข้ามาร่วมทุนในการบริหารงาน
และสรรค์สร้างสิ่งดีดีให้กับคลื่น FM 104.5 แฟต
เรดิโอ และนิตยสาร DDT โดยจัดตั้งในรูปแบบบริษัท
ภายใต้ชื่อว่า “แฟต ดีกรี” ทั้งนี้...วาสนพงศ์
วิชัยยะ เปิดเผยถึงรายละเอียดนี้ว่า...
“จริง ๆ แล้ว ทางดีแทค กับ คลิค – วี อาร์ วัน
เรดิโอ นั้น มีการร่วมงานกัน
และมีสายสัมพันธภาพที่ดีมากว่า 2 ปีแล้ว
ดังจะเห็นได้จากคลื่น 103.5 เอฟเอ็ม วัน แฮบปี้
สเตชั่น ในฐานะสื่อ และดีแทคในฐานะลูกค้า
ซึ่งใกล้ชิดกันมาก
โดยที่ทั้งคู่สามารถทำงานเข้ากันได้ดีมาก
มีทัศนคติที่ตรงกัน
ซึ่งดีแทคสามารถมองเห็นสิ่งเหล่านี้
พร้อมเข้ามาชวนทำคอนเทนต์ร่วมกันต่อไป
ซึ่งสาเหตุว่าทำไมจึงต้องเป็นคลื่น 104.5 แฟต
เรดิโอนั้น จริง ๆ แล้วไม่ใช่เฉพาะแฟต
เรดิโอเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ยังมีนิตยสาร DDT
อีกอย่างหนึ่งด้วย ทั้งนี้ก็เพราะว่า แฟต เรดิโอ
เปรียบเสมือนต้นน้ำของวงการเพลงไทย
ที่เป็นตัวผลักดันให้เพลงดีดีเพลงหนึ่งได้เป็นที่รู้จัก
ได้รับความนิยม เช่นเดียวกับนิตยสาร DDT
ก็เป็นนิตยสารที่ช่วยผลักดันให้กับศิลปินหน้าใหม่แต่มากด้วยคุณภาพ
ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น
ดีแทคก็ต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำคอนเทนต์ในตรงนี้
มันต่างจากเอฟเอ็ม วัน ก็ตรงที่ว่า เอฟเอ็ม วัน
เปิดเพลงดีที่ฮิตแล้ว ก็เท่านั้นเอง
บทสรุปจึงมาลงเอยที่คลื่น 104.5 แฟต เรดิโอ
และนิตยสาร DDT”
“ทั้งนี้สัดส่วนการถือหุ้น ดีแทคได้ถืออยู่ร้อยละ
51 ส่วนทางคลิค – วี อาร์ วัน ถืออยู่ที่ร้อยละ 49
ตรงนี้เราไม่มีปัญหาที่ดีแทคจะถือหุ้นมากกว่าเรา
เรากลับมองว่านั่นเป็นสิ่งที่ดีสำหรับวงการเพลงบ้านเรา
เพราะถึงแม้ว่าเราจะมีความตั้งใจมากแค่ไหน
จะมีอุดมการณ์ที่จะสร้างสรรค์วงการเพลงขนาดไหน
แต่ถ้าเราไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอ
อุดมการณ์นั้นมันก็จะไม่เกิดขึ้นมาแน่นอน
ดีแทคสามารถซัพพอร์ตตรงนี้ได้
ไม่ว่าจะเป็นด้านทุนทรัพย์ ,
ด้านเครื่องไม้เครื่องมือเทคโนโลยี
หรือด้านทรัพยากรบุคคลในด้าน IT ต่าง ๆ
และถ้ารายการมีกำไร มีรายได้เพิ่มขึ้น
แน่นอนว่าผลงานดีดีของแฟต เรดิโอ
ก็จะมีปรากฏให้เห็นเพิ่มขึ้น อย่างไม่ขาดสาย
และถ้าจะพูดกันจริง ๆ แล้วนั้น
เราก็ยังเป็นผู้ดำเนินกิจการงานของคลื่นอยู่เหมือนเดิม
ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไร กิจกรรมเด่น ๆ
ที่ประสบความสำเร็จของแฟต เรดิโอ
ก็ยังคงมีอยู่เหมือนเดิม ไม่ได้หายไปไหน
เพราะดีแทคเขาก็มั่นใจกับเราตรงนี้ค่อนข้างมากเหมือนกัน
เขาจึงแค่มาร่วมทุน ขยายคอนเทนต์ไปในสื่ออื่น ๆ
พร้อมสนับสนุนส่งเสริมในเรื่องเทคโนโลยีต่าง ๆ
ในรูปแบบบริษัทที่ชื่อว่า แฟต ดีกรี ก็เท่านั้นเอง
และเราจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการกันอีกครั้งแน่นอน”
“ส่วนที่ว่าให้ดีแทคเข้ามาร่วมทุนถือหุ้นแล้ว
จะมีอุปสรรคอะไรกับลูกค้ารายอื่น ๆ หรือไม่ ณ
วันนี้ยังไม่มี และก็จะไม่มีในอนาคตแน่นอน
เพราะทางดีแทคเขาเปิดกว้าง
ให้อิสระเสรีกับงานตรงนี้เหมือนกัน
เขาไม่ได้ปิดล็อกอะไร ไม่ได้ห้ามไปร่วมงาน
ทำกิจกรรมอะไรกับลูกค้าเจ้าอื่น ๆ แฟต เรดิโอ
ยังสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับค่ายอื่น ๆ
ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น AIS , TRUE , HUTCH
หรืออะไรก็แล้วแต่ เรายังสามารถทำงานร่วมกันได้
ถ้ากิจกรรมนั้นมีความเห็นพ้อง มีทัศนคติที่ตรงกัน”
“สำหรับงบประมาณที่ทางดีแทค และคลิค – วี อาร์ วัน
เรดิโอ ได้จัดสรรสำหรับ แฟต เรดิโอ และนิตยสาร DDT
ในรูปแบบบริษัท แฟต ดีกรี ใน 2 – 3 ปีแรกนี้
อยู่ที่ 50 ล้านบาท โดยในปีแรกนี้วางไว้ 30
ล้านบาท
และเราก็มีความตั้งใจที่จะให้มันเกิดผลประโยชน์สูงสุด
โดยเรามีความคาดหวังไว้ว่า
เราจะเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันสิ่งดีดีให้กับวงการเพลงในบ้านเราให้กระจายไปทั่วประเทศ
เราต้องการที่จะขยายฐานกลุ่มคนฟังของแฟต
เรดิโอให้ใหญ่ยิ่งขึ้นกว่าเดิม
และเราเชื่อว่าเราทำได้ จากสิ่งที่ผ่านมา
ไม่ว่าจะเป็นมหกรรมดนตรีที่ยิ่งใหญ่ แฟต เฟสติวัล
ที่ได้ขยายการจัดงานไปตามเมืองใหญ่เพิ่มขึ้น
อย่างแฟต เฟสติวัล โชว์เหนือ ที่เชียงใหม่
และที่กำลังจะมีขึ้นที่ขอนแก่นในอนาคตอันใกล้นี้ ,
งานที – เชิ้ต เฟสติวัล
ที่ต้องขยายสถานที่จัดงานเพิ่มขึ้นทุกปี , งานแฟต
อวอร์ด ที่ได้รับความร่วมมือจากค่ายเพลง จากศิลปิน
และคนฟังเพิ่มมากขึ้นทุกปี เราประสบความสำเร็จมาก
ๆ ทุกอย่างมันลงตัวแล้ว” วาสนพงศ์
เปิดเผยถึงรายละเอียด
และนอกจากนี้ วาสนพงศ์ วิชัยยะ ยังกล่าวเสริมถึง 3
คลื่นในเครืออีกว่า... “สำหรับอีก 3 คลื่นนั้น
ไม่ว่าจะเป็น 101 RR ONE , GET 102.5 และ 103.5
เอฟเอ็ม วัน นั้น
ก็ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
ถึงแม้จะไม่ทะลุเป้าที่วางไว้ก็ตาม
แต่ก็คาบเป้าที่วางไว้ ก็อย่างที่รู้ ๆ
กันว่าช่วงต้นปีนั้นได้เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้คนไทยต้องโศกเศร้ากันทั้งประเทศ
กรณีการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
เราจึงงดกิจกรรมต่าง ๆ ในช่วงไตรมาสแรกไปก่อน
แต่เราก็ไม่ได้นิ่งเฉยอะไร ในไตรมาสที่ 2 นี้
ทุกคลื่นต่างก็ปรับกลเม็ด
สร้างสรรค์กิจกรรมดีดีเพื่อสังคมมาโดยตลอด โดย 3
คลื่นในปีนี้เราจะเน้นในเรื่องของการทำ CSR
(Corporate Social Responsibility)
การทำกิจกรรมเพื่อสังคมให้เด่นชัดอย่างต่อเนื่อง
อย่างคลื่น GET 102.5
ก็จะเน้นในเรื่องของการรณรงค์ลดปัญหาสภาวะโลกร้อน
คลื่น 103.5 ก็จะเน้นกิจกรรมคืนกำไรแก่คนฟัง
ไม่ว่าจะเป็นการแจกบ้าน แจกรถ แจกทอง
เราก็จะดำเนินกิจกรรมพวกนี้ต่อไปเรื่อย ๆ
ส่วนคลื่นข่าว 101 RR ONE นั้น รับรองว่า มิถุนายน
2551 นี้ จะมีการยกเครื่องใหม่หมดทั้งรายการ
รูปแบบรายการจะเพิ่มการเจาะลึก
ล้วงลึกข่าวทุกเรื่องราวแน่นอน
ซึ่งทั้งนี้งบประมาณการจัดสรรในแต่ละคลื่นนั้น
ก็จะวางไว้เหมือนกับปีที่ผ่าน ๆ มา
โดยเฉลี่ยคลื่นละ 15 – 20 ล้านบาทต่อปี”
|