.
   

DJ กบ นวพร เต่าทอง

95.5 Virgin Hitz จันทร์-เสาร์

 

จบจากมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

คณะนิเทศศาสตร์ แขนงวิทยุโทรทัศน์ , แขนงวารสารศาสตร์

และจบจากมหาวิทยาลับรามคำแหง เอก-โฆษณา, โท-รัฐศาสตร์

(สรุปจบทุกแขนงในสายนิเทศศาสตร์ค่ะ)

 

สวยขนาดนี้เป็นดีเจอย่างเดียวรึเปล่า....... ?

              ไม่หรอกค่ะ พี่ทำธุรกิจกับที่บ้าน เป็นเทรดดิ้ง แล้วก็กำลังทำเว็ปไซด์เกี่ยวกับอีคอมเมิส แล้วก็ทำพิธีกรทีวีรายการ เอ็กซ์ตรีมไลส์ เกมส์นักชิมสุดยอดไทยแลนด์ เจาะวอยซ์ ภาคการ์ตูน อัดสปอตบ้าง


เริ่มเป็นดีเจมาตั้งแต่เมื่อไหร่....แล้วชอบมันรึเปล่า

              ชอบสิ จริงๆ แล้วถ้าเริ่มเป็นจริงเป็นจัง ก็คงประมาณสามสี่ปีที่แล้วค่ะ เริ่มที่ 95.5 Virgin Hitz ที่แรก

 

 

 

หนูชอบพี่สองคนนี้จัดรายการมากค่ะ.....ขอบอก

              ต้นแบบพี่กบมีอยู่ 2 คน คนที่หนึ่งพี่อ้อย นภาพร พี่อ้อยเป็นดีเจที่ คมคายเราสามารถที่จะดึงเขามาเป็นแบบอย่างที่เป็นเราได้ ก็คือพูดจาคมคาย แต่ต้นแบบจริงๆ เลย คือ พี่โจ้ อัครพล ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว เป็นพี่ที่เราใกล้ชิดมากๆ เรียกว่าเป็นอาจารย์ โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าเขาเป็นอาจารย์เรา เพราะพี่อยู่เอไทม์มาก่อน พี่เป็นผู้ประกาศข่าว ด้วยความซนเราก็สนใจและฝึกหัดทำ แล้วก็แอบดูพี่เขาว่าเขาเป็นยังไง ก็เลยแอบดูดวิชาจากพี่เขาโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว

 

 

ได้ข่าวเคยเป็น “ ผู้ประกาศข่าว ” มาก่อน แตกต่างยังไงกับ “ ดีเจ ” ครับ

             มันแตกต่างกันมาก ไม่แตกต่างอยู่อย่างเดียวคือ ใช้ปากพูด (หัวเราะ) คือผู้ประกาศข่าวจะทำอะไรมากไม่ได้นอกจากอยู่ในแบบแผนและมาตรฐาน แล้วก็ตามคอนเซปของข่าว แต่ถ้าหากเป็นข่าวบันเทิงก็จะสนุกได้นิดนึงแต่ก็ไม่มากเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นข่าวทางการเราก็ต้องมีทักษะในการออกเสียงค่อนข้างซีเรียสมาก

 

 

 

 

             พอมาเป็นดีเจก็ต้องปรับให้เป็นตัวเองมากที่สุด จริงๆ อาชีพดีเจเป็นอาชีพหนึ่งที่ทุกคนจำนวนมากอยากเป็น ตัวพี่เองไม่เคยใฝ่ฝันเลยว่าจะเป็น ไม่เคยมีความฝันอยู่ในชีวิตมาก่อน แต่ทีนี้พระเจ้าคงสั่งมาว่าแกจะต้องได้ทำ เพราะจริงๆ ชีวิตพี่อยู่กับวิทยุมานะ ตอนแรกก็ไปทำเบื้องหลัง ไปทำวิทยุเพื่อมวลชน สวพ. 91 อะไรอย่างนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบันเทิงเลย แล้วก็เป็นครีเอทีฟเป็นประสานงาน คือพี่อยู่ข้างหลังอย่างเดียวเลย

              ทำอยู่ได้แป๊ปนึง ก็มีคนรอบข้างบอกว่าแกไม่ควรอยู่ตรงนี้ ปรากฎเค้าลากเรามาที่แกรมมี่ ที่เอไทม์เขาเปิดรับสมัครคน ตอนนั้นพี่เข้าไปพี่ก็ไม่รู้ว่าเข้าไปทำอะไรเหมือนกัน เราเข้าไปก็แต่งตัวแบบออฟฟิศไปเลยนะ โอโห ! ไปถึงนี่มันเด็กแว้นรึป่าว ก็แบบว่าดูแตกต่างกับชีวิตปกติของเราสิ้นเชิงมาก พอเข้าไปถึงเขาก็บอก ส่งเทปมา แล้วพี่ก็ถามเขาว่าพี่ค่ะยังไงค่ะ แล้วเขาก็ให้กระดาษมาแผ่นนึง พร้อมกับพี่ผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นผู้ประกาศข่าว เค้าบอกว่า “ ไปกบเข้าห้องอัดกัน ” คือให้เข้าไปทำเดโมข่าว คือเขาให้พี่ทำอะไรพี่ก็พยายามทำมันให้ได้ดีที่สุดนะวินาทีนั้น พอส่งเดโม พอตกเย็นพี่ก็ได้งานทำเลย เป็นผู้ประกาศข่าวที่เอไทม์อยู่ที่แกรมมี่

 

 

ทำไมถึงบอกเลิกกับคำว่า “ ผู้ประกาศข่าว ”

              พี่เป็นผู้ประกาศข่าวเต็มตัวมา 1 ปี กับอีก 8 เดือน ก็ถือว่านานนะ คือพี่ไม่ได้อยู่ฟิวส์ข่าวแบบเต็มตัวแต่อยู่ประมาณ 50 % อีก 50% เป็นบันเทิง คือได้อ่านสปอต ได้ภาคการ์ตูน เยอะมาก จนเราแยกออกว่าเราไม่ได้ชอบผู้ประกาศข่าว มันไม่ใช่เราเลย เลยรู้สึกว่าเราชอบสไตล์นี้มากกว่า ปรากฏว่าวันที่ลุกขึ้นมาจากที่นอนแล้วเรากรี๊ดสุดเสียงว่า เราไม่อยากทำผู้ประกาศข่าวแล้ว

             คือค้นพบตัวเองแล้วว่ามันไม่ใช่ไม่อยากฝืนทำอีกต่อไป พี่ก็ได้งานที่ใหม่จากพี่อีกคนที่เคยทำงานด้วยกันอีก เค้าบอกให้เราทำเดโมผู้ประกาศข่าวไปให้เขา พี่ก็คุยกับพี่ พี่เขาก็บอกว่ากบอยากทำอะไร พี่ก็บอกว่ามีแต่เดโมผู้ประกาศข่าวแต่หนูไม่อยากเป็นแล้วนะ หนูไม่มีเดโมอื่นพี่เอาไปฟังก่อนล่ะกัน แล้วอีกหนึ่งวันพี่ก็ได้งานที่ใหม่ ได้เป็นผู้ประกาศข่าวพิเศษ ซึ่งพี่เป็นผู้ประกาศข่าวคนเดียวที่ต้อง ทูวอยซ์ กับดีเจตอนเช้า คือเหมือนว่าเขาจะปรับเปลี่ยนรูปแบบของการจัดรายการตอนเช้าให้เป็นแบบเดอะมอนิ่งโชว์ ก็คงเห็นวี่แววของเรามั้ง แต่ทำไปทำมาเขาก็ให้พี่มาเป็นดีเจเต็มตัวในวันหยุดก่อน หลังจากที่ทำงานมาทั้งหมด 5 เดือน โดยระหว่างนั้นพี่ต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 เพื่อทำเดโมดีเจด้วย เป็นเวลา 5 เดือน แล้วก็ได้เป็นดีเจ เสาร์ อาทิตย์ หลังจากนั้น พอทำได้สักพักมีดีเจวีคเดย์ ลาออกเจ้านายก็เรียกไปคุย ถามกบจะเอาไม่เอา แล้วต้องตัดสินใจเลยและมันก็เป็นโอกาสในชีวิต ก็เลยเลือกที่จะทำ ก็เป็นดีเจวีคเดเลยในขณะที่ทำพิธีกรพวกงานต่างๆ ไปด้วย


 

เป็นดีเจตั้งแต่จันทร์ถึงเสาร์มีฟิวส์แบบเบื่อๆ บ้างมั้ยครับ

              จริงๆ พี่ไม่เคยรู้สึกไม่รีแล็กซ์ไม่อยากจัดเลย พี่ทำงานมาเยอะนะ วันนึงทำพิธีกร 2 งาน จัดรายการถึงตี 2 ทำต่างๆ มากมาย เรารู้สึกเราผ่านความหนักหนามาแล้ว เราก็เลยรู้สึกว่าตรงนี้ที่รีแล็กซ์ ไม่เหมือนกับงานเลย ถามว่าเบื่อตัวงานไหม ไม่เบื่อนะ แต่มีบางฟิวส์ที่เราเบื่อตัวเอง บางวันเราไม่สบายเราก็ทำงานได้ไม่เต็มที่ บางวันนอนน้อย สมองไม่แล่นทำงานทำไมไม่ได้ดั่งใจเราเลย สิ่งที่เราต้องทำคือ แก้ไขที่ตัวเราเองไม่ใช่ไปเบื่องาน

              งานตรงนี้มันเป็นยาที่รักษาใจเรามากกว่า บางที่เราเหนื่อยเราแย่มา นั่งฟังเพลงนะเชื่อมั้ยว่าเรามีความสุข แทนที่เราจะนั่งคุยกับใครด้วยซ้ำ

 

เตรียมตัวหรือทำการบ้านยังไงบ้างเวลามาจัดรายการที่ 95.5 Virgin Hitz

              คำว่า “ การบ้าน ” สำหรับพี่กบ พี่คิดว่ามันอยู่ที่ความพร้อมมากกว่า ถ้าเครียดกับมันมากเวลาเราพรีเซนต์ ออกมาจะไม่เป็นธรรมชาติเลย เพราะเคยได้ความรู้สึกนี้มาตอนเป็นนักข่าว ผู้ประกาศข่าวเนี่ยต้องทำการบ้านเยอะมาก เครียดต้องตามหาข่าว เดี๋ยวชั่วโมงนี้ไม่มีข่าวออกจะทำยังไง จะหาจากไหน และความรู้สึกที่ได้คือเครียดมาก เหนื่อยและรู้สึกท้อแท้ที่จะต้องตามหาข่าว ไม่สนุกกับงาน แต่พอมาเป็นดีเจ สิ่งที่พี่กบมีความรู้สึก มันคือการบ้าน ก็คือทำให้ตัวเองมีความสุขก่อน นั่นคือการบ้าน เราสามารถที่จะทำให้ผู้อื่นมีความสุขได้ดีกว่า แล้วก็สิ่งที่เราต้องทำเกี่ยวกับข้อมูลคือ เราต้องอ่านหนังสือพิมพ์ ติดตามข่าวสารบ้านเมือง หรือฟังจากคนอื่นที่เขาคุยกัน รวมถึงในอินเตอร์เน็ต พี่จะมีข้อมูลจากอินเตอร์ตลอดเวลา เหมือนกับเราไม่ควรที่จะเป็นคนทำงานเสร็จกลับบ้าน สรุปการบ้านคือ อย่าใช้ชีวิตเป็นแพทเทิ้นมากนัก ทำตัวให้มีความสุข มีความสุขกับตัวเองแล้วก็สามารถจะพรีเซนต์ความสุขสู่คนอื่นได้ด้วย



 

 

ดีเจในปัจจุบันนี้.....เค้าเป็นกันยังไง .. กันหรอ !

 

              ปัจจุบันเดี๋ยวนี้มันเป็นธุรกิจมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพลง ตัวดีเจ ดีเจที่เป็นดีเจจริงๆในปัจจุบันนับคนได้เลย เพราะดีเจจริงๆ เขาจะต้องพรีเซนต์ ทำอะไรก็แล้วแต่ จะนึกถึงคนฟังมากที่สุด ตอนนี้คือดีเจจะนึกถึงตัวเองก่อน ทำยังไงก็ได้ให้มันดัง ฉันจะได้เป็นที่รู้จัก ใช้คำพูดที่หยาบคาย แล้วทำให้คนอื่นถามถึงว่าคนนี้คือใคร คือถ้ามองอีกมุมจะเห็นว่าเขาไม่ได้สื่ออะไรให้คนฟังเลย แค่ทำให้คนฟังรู้จักเขา พี่กบรู้สึกว่าคนแบบนี้ไม่เหมาะที่จะมาเป็นดีเจ (โอโน้โน้โน่ ยังงี้ไม่ดี)

       

 

เทคนิค ขั้นเซียน

              เทคนิคของพี่กบพี่จะบอกว่า ถ้าเกิดวันหนึ่งพี่รู้สึกสมองไม่ทำงาน ในหัวไม่มีสาระอะไรเลย พี่จะบอกคนฟังจะให้ความสุข อะไรก็ได้ไร้สาระก็ได้ แต่ต้องทำให้คนฟังรู้สึกสนุก คือเราต้องคำนึงถึงเขาไม่ใช่คำนึงถึงแค่ตัวเอง

 

 

นอกจากคลื่นตัวเอง ชอบหมุนไปฟังคลื่นไห

              พี่ชอบฟัง 105.5 Easy FM กับ Get 102.5 เนื่องจาก 105.5 Easy FM จะมีเพลงสากลที่ค่อนข้างแปลก บางทีเราเกิดไม่ทันเขาก็เปิดให้เราฟัง และจะคัดมาเฉพาะเพลงที่เจ๋งจริงๆ ดีเจที่พูดก็เหมือนกับเป็นดีเจสมัยก่อน ซึ่งเหมือนดีเจที่เราควรจะเอามาเป็นต้นแบบ ส่วน Get 102.5 พี่กบว่ามันดูอินดี้ดี เนื้อหาของเพลง สไตล์การเป็นดีเจ หรือกิจกรรมของเขามันทำให้เราเกิดไอเดียให้กับตัวเองเสมอ

 

 

เธอทำให้ฉัน...รู้สึกแย่ที่สุด........???

              อุปสรรคสำหรับพี่ คือ “ ตัวพี่กบเอง ” สำหรับงานพี่ไม่เคยคิดว่ามันเป็นอุปสรรคเลย พี่ว่ามันเหมือนกิจกรรมที่เข้ามาทำให้รู้สึกสนุก แปลกใหม่ตื่นเต้นตลอดเวลา พี่กบไม่เคยรู้สึกว่าทุกวันนี้จะมีอุปสรรคอะไรเข้ามาเพราะมันคืองานของเรา การแก้ไขปัญหา คือ งานของดีเจ อุปสรรคสำคัญสุดๆ เลยคือ ตัวเราเอง คือจิตใจของเราที่ไม่พร้อมหรือแม้แต่สุขภาพ ซึ่งมันทำให้มีผลกระทบต่องานมากที่สุด

 

 

แฟนคลับจ๋า พี่มาแล้วจ่ะ อยู่นี่แล้วน่ะ เอ้า ! เขยิบมาใกล้ๆ

              พี่มีแฟนคลับค่อนข้างเยอะและค่อนข้างเป็นกลุ่มที่เหนียวแน่น คือ ตั้งแต่วันแรกที่เราจัดรายการ บางคนเป็นแฟนคลับมาตั้งแต่เราเป็นผู้ประกาศข่าว พอเขาเห็นเราเป็นดีเจเขาก็มาติดตามงานเราอีก ซึ่งจริงๆ แล้วการมีแฟนคลับไม่น่าเชื่อว่ามันเป็นยาชุบชีวิตเรามาเวลาที่เราท้อแท้ เวลาพี่รู้สึกแย่ก็จะมีกลุ่มนี้ อยู่ยังไงก็ยังอยู่อย่างนั้น ส่วนใหม่ๆ ก็มีเพิ่มมาเรื่อยๆ

 

 

ช่วง ! คำฮิต ติดปาก

              อย่างสวยเลือกได้เนอะ บางทีการพูดอะไรที่รู้สึกเกินความจริงมันก็อาจทำให้เรารู้สึกจี๊ดจ๊าดได้ แต่มันเหมือนแฟชั่นภาษาวัยรุ่นมากกว่า

 

 

วิทยุในฝันของดิฉันค่ะ

              พี่ชอบความสดใส ความสนุก ถ้าเป็นพี่อยากให้เป็นคลื่นที่เป็นตัวเอง จะค่อนข้างเป็นไปในทางสดใสมากถึงมากที่สุด ชอบอะไรที่วาไรตี้มากกว่า เราสามารถทำให้คนฟังรู้สึกตื่นเต้นไปกับการฟังเพลงของเรา อย่างเพลงเรากำลังให้กำลังใจคนอยู่กำลังซึ้งอยู่ สักแป๊ปนึง เศร้านานไม่ดีเดี๋ยวจะเป็นโรคซึมเศร้า เรามาแดนซ์กันดีกว่า คือมีขึ้นมีลงตลอดเวลา คือมีการตอบรับจากคนฟังตลลอดเวลา อยากให้เป็นวิทยุเพื่อคนฟังจริงๆ

 

 

 

ถ้าวันหนึ่งไม่ได้จัดรายการแล้ว จะรู้สึกเช่นไร (น้ำเสียงสั่นเครือ)

              คงเสียใจมากและคงคิดถึงอุปกรณ์เหล่านี้ที่ใช้มันมา ยังรู้สึกว่าเรายังเป็นดีเจมีความสุขกับความรู้สึกว่าเราเป็นดีเจตลอดเวลา ถ้าถามว่ามีอะไรรองรับมั้ย แน่นนอนต้องมี คือพี่เป็นคนมีสองโลก คือโลกธุรกิจกับโลกบันเทิง พี่เป็นคนมีหัวธุรกิจอยู่มากพอสมควร และพี่สามารถเอาธุรกิจกับบันเทิงมารวมกันได้ พี่อยู่ที่ไหนก็สามารถเป็นดีเจได้ อยู่ที่เราจะทำมั้ย

 

เอ้า ! อยากเป็นดีเจฟังทางนี้

              ก็ขอให้รักถ้าอยากจะเป็นจริงๆ อยากให้รู้สึกว่าให้ Idol ของตัวเขาเป็นดีเจที่เป็นดีเจจริงๆ แล้วเขาก็จะรู้เองว่าเขาจะเป็นดีเจยังไง ไม่ใช่แค่รู้สึกว่ามันเป็นงานอย่างนึง อย่าทำอะไรแค่คำนึงถึงแค่ตัวเอง

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

by... รถเต่า


--------------------------------------


 

 

 
ขอขอบคุณ:
DJ กบ นวพร เต่าทอง